จี้ไฝ กระเนื้อ ติ่งเนื้อ ด้วย CO2 Laser โดยแพทย์ผิวหนัง

ไฝ กระเนื้อ ติ่งเนื้อ หรือตุ่มเล็กๆ บนใบหน้าและลำตัว เป็นปัญหาที่หลายคนอยากกำจัด ทั้งเพื่อความมั่นใจ และเพราะบางจุดขึ้นในตำแหน่งที่ระคายเคือง เช่น ติดคอเสื้อหรือสายสร้อย CO2 Laser เป็นวิธีที่แพทย์ผิวหนังใช้จี้รอยโรคเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ แผลเล็ก และหายเร็ว
แต่ก่อนจี้ทุกครั้ง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่อยู่บนผิวคืออะไร
CO2 Laser จี้รอยโรคบนผิวได้อย่างไร?
CO2 Laser (คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์) มีความยาวคลื่น 10,600 นาโนเมตร พลังงานของเลเซอร์ถูกดูดซับด้วยน้ำในเซลล์ผิว ทำให้เนื้อเยื่อส่วนที่ผิดปกติ ระเหยออกทีละชั้น แพทย์จึงควบคุมความลึกได้ละเอียด กำจัดเฉพาะส่วนที่ต้องการโดยกระทบผิวรอบข้างน้อยที่สุด อีกทั้งความร้อนจากเลเซอร์ยังช่วยห้ามเลือดไปในตัว จึงแทบไม่มีเลือดออกระหว่างทำ
CO2 Laser จี้อะไรได้บ้าง?
ไฝ (ไฝชนิดที่แพทย์ประเมินแล้วว่าไม่มีลักษณะผิดปกติ)
ขี้แมลงวัน จุดสีน้ำตาลหรือดำเล็กๆ บนใบหน้า
กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis) ตุ่มนูนสีน้ำตาลหรือดำ พบบ่อยเมื่ออายุมากขึ้น
ติ่งเนื้อ (Skin Tag) พบบ่อยที่คอ รักแร้ และเปลือกตา
หูด ที่มือ เท้า หรือใบหน้า
ไซริงโกมา (Syringoma) ตุ่มเล็กสีเนื้อใต้ตา
ต่อมไขมันโต (Sebaceous Hyperplasia) ตุ่มสีเหลืองตรงกลางบุ๋ม
สิวข้าวสาร (Milia) ที่กดออกเองไม่ได้

ก่อนจี้ไฝ ต้องตรวจโดยแพทย์ผิวหนังก่อนเสมอ
นี่คือเหตุผลสำคัญที่การจี้ไฝควรทำกับแพทย์ผิวหนัง: ไฝบางเม็ดอาจไม่ใช่ไฝธรรมดา แต่อาจเป็นมะเร็งผิวหนังระยะแรก เช่น มะเร็งไฝ (Melanoma) หรือมะเร็งผิวหนังชนิด Basal Cell Carcinoma ซึ่งดูคล้ายไฝหรือกระเนื้อได้
การจี้ด้วยเลเซอร์จะทำลายเนื้อเยื่อไปจนหมด ไม่มีชิ้นเนื้อเหลือไว้ส่งตรวจ หากจี้มะเร็งไปโดยไม่รู้ตัว อาจทำให้วินิจฉัยช้าและรักษายากขึ้น
แพทย์ผิวหนังจะตรวจไฝด้วยตาเปล่า และกล้องส่องผิวหนัง (Dermoscope) หากพบลักษณะที่น่าสงสัย จะแนะนำให้ ตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ แทนการจี้
สัญญาณไฝผิดปกติที่ควรพบแพทย์ (หลัก ABCDE)
A – Asymmetry: รูปร่างไม่สมมาตร
B – Border: ขอบไม่เรียบ ขรุขระ
C – Color: มีหลายสีในเม็ดเดียว
D – Diameter: ขนาดใหญ่กว่า 6 มิลลิเมตร
E – Evolving: เปลี่ยนแปลงขนาด สี หรือรูปร่าง มีเลือดออก หรือคัน
ขั้นตอนการจี้ด้วย CO2 Laser ที่ The Derme Clinic
ตรวจประเมินโดยแพทย์ผิวหนัง: ดูชนิดของรอยโรคด้วยตาและประสบการณ์ของแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง หรือใช้ Dermoscope ตรวจไฝ และวางแผนการรักษา
ทำความสะอาดและใส่ยาชา: ทายาชาหรือฉีดยาชาเฉพาะจุด เพื่อให้ไม่เจ็บระหว่างทำ
จี้ด้วย CO2 Laser: แพทย์ปรับพลังงานให้เหมาะกับขนาดและความลึกของแต่ละจุด ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนจุด
ดูแลแผล: ทายาและแนะนำวิธีดูแลแผลก่อนกลับบ้าน

จี้ไฝกี่วันหาย?
*ทั้งนี้ ระยะเวลาการหายของแผลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับแนวทางการรักษา ขนาด ความลึก และตำแหน่งของรอยโรค รวมถึงสภาพร่างกายของแต่ละคน
วิธีดูแลแผลหลังจี้ไฝ
รักษาแผลให้สะอาด ทายาหรือครีมตามที่แพทย์สั่ง
ห้ามแกะหรือเกาสะเก็ด เพื่อลดโอกาสเกิดแผลเป็นและรอยดำ
ทาครีมกันแดดทุกวัน หลังแผลปิด และหลีกเลี่ยงแดดจัด
งดแต่งหน้าบริเวณแผล จนกว่าแผลจะปิดสนิท
หากแผลบวมแดง ปวดมากขึ้น หรือมีหนอง ให้กลับมาพบแพทย์
จี้ไฝเป็นแผลเป็นไหม? ผลข้างเคียงที่ควรรู้
รอยดำหลังการอักเสบ (PIH): พบได้บ่อยในผิวคนเอเชีย มักจางลงเมื่อเวลาผ่านไป การกันแดดช่วยได้มาก
รอยบุ๋มหรือแผลเป็น: มีโอกาสเกิดได้ โดยเฉพาะรอยโรคที่ลึกหรือขนาดใหญ่
การกลับเป็นซ้ำ: ไฝที่มีรากลึกอาจกลับมาบางส่วน ส่วนหูดเกิดจากเชื้อไวรัสจึงอาจกลับมาได้ บางรายจึงต้องจี้ซ้ำ
ภาวะที่ควรแจ้งแพทย์: ตั้งครรภ์ มีประวัติแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ เคยเป็นเริมบริเวณที่จะทำ หรือกำลังใช้ยารักษาสิวกลุ่มไอโซเตรติโนอิน
แพทย์ผิวหนังจะประเมินความลึกและเลือกวิธีที่เหมาะสม เพื่อให้กำจัดรอยโรคได้หมดโดยเหลือร่องรอยน้อยที่สุด
ทำไมควรจี้ไฝกับแพทย์ผิวหนัง
การจี้ไฝดูเหมือนเป็นหัตถการง่ายๆ แต่ความยากอยู่ที่ การวินิจฉัยก่อนจี้ และ การจี้ให้ลึกพอดี ถ้าจี้ตื้นไป ไฝจะกลับมาใหม่ แต่ถ้าจี้ลึกไป ก็เสี่ยงเป็นแผลเป็น
ที่ The Derme Clinic การรักษาดูแลโดย พญ.วรินธร ไมตรีสถิต (หมอแนน) แพทย์ผิวหนังที่ได้รับวุฒิบัตรสาขาตจวิทยา และผ่านการฝึกอบรม อนุสาขาเลเซอร์และหัตถการผิวหนัง ที่แพทยสภารับรอง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
จี้ไฝด้วย CO2 Laser เจ็บไหม?
แพทย์จะให้ยาชาก่อนทำ ระหว่างจี้ส่วนใหญ่จึงรู้สึกเพียงร้อนเล็กน้อย
จี้ไฝกี่วันหาย?
*ทั้งนี้ ระยะเวลาการหายของแผลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับแนวทางการรักษา ขนาด ความลึก และตำแหน่งของรอยโรค รวมถึงสภาพร่างกายของแต่ละคน
จี้ไฝแล้วจะขึ้นใหม่ไหม?
ส่วนใหญ่ไม่กลับมา แต่ไฝที่มีรากลึกอาจกลับมาบางส่วนและต้องจี้ซ้ำ ส่วนหูดอาจกลับมาได้เนื่องจากเกิดจากเชื้อไวรัส
ไฝแบบไหนไม่ควรจี้?
ไฝที่มีลักษณะผิดปกติตามหลัก ABCDE เช่น ขอบไม่เรียบ มีหลายสี ใหญ่ขึ้นเร็ว หรือมีเลือดออก ควรให้แพทย์ผิวหนังตรวจ และอาจต้องตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจแทนการจี้
จี้หลายจุดในครั้งเดียวได้ไหม?
ได้ แพทย์จะประเมินจำนวนและตำแหน่งที่เหมาะสมในแต่ละครั้ง

