หมอผิวหนังเรียนกี่ปี? เส้นทาง 14 ปี กว่าจะเป็นแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง

ผลลัพธ์ก่อน–หลังการจี้ไฝ กระเนื้อ ติ่งเนื้อ ด้วย CO2 Laser

ทุกวันนี้มีคลินิกความงามและผิวพรรณเปิดใหม่มากมาย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า "หมอผิวหนัง" หรือ ตจแพทย์ ตัวจริงต้องผ่านการเรียนและฝึกฝนนานแค่ไหน และต่างจากแพทย์ทั่วไปอย่างไร

ในบทความนี้ พญ.วริษฐา ไมตรีสถิต (หมอแนน) แพทย์ผิวหนังประจำ The Derme Clinic จะพาไปดูเส้นทางการเรียน รวม 14 ปี กว่าจะได้เป็นแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ที่แพทยสภารับรอง

สรุปสั้นๆ: หมอผิวหนังเรียนกี่ปี?

ขั้นตอน

ระยะเวลา

ผลลัพธ์

เรียนแพทยศาสตร์

6 ปี

แพทย์เวชกรรมทั่วไป (GP)

ใช้ทุน

3 ปี

มีสิทธิ์สมัครเรียนต่อเฉพาะทาง

แพทย์ประจำบ้านสาขาตจวิทยา

4 ปี

วุฒิบัตรตจวิทยา (แพทยสภารับรอง)

อนุสาขาเลเซอร์และหัตถการผิวหนัง

1 ปี

ประกาศนียบัตรอนุสาขา (แพทยสภารับรอง)

รวม

14 ปี

เรียน 11 ปี + ใช้ทุน 3 ปี

ขั้นที่ 1: เรียนแพทยศาสตร์ 6 ปี เพื่อเป็นแพทย์เวชกรรมทั่วไป (GP)

ทุกคนที่จะเป็นหมอต้องเริ่มจากเรียนคณะแพทยศาสตร์ 6 ปี จบแล้วจะได้เป็น แพทย์เวชกรรมทั่วไป หรือ GP (General Practitioner) ที่มีความรู้พื้นฐานในการดูแลผู้ป่วยทุกระบบของร่างกาย

ขั้นที่ 2: ใช้ทุน 3 ปี ก่อนเลือกเรียนต่อเฉพาะทาง

หลังเรียนจบ แพทย์ต้องปฏิบัติงานใช้ทุนให้ครบ 3 ปี จากนั้นแพทย์ที่สนใจด้านไหนเป็นพิเศษ เช่น ผิวหนัง ศัลยกรรม หรือจักษุ ก็จะสมัครเรียนต่อในสาขานั้น ที่เรียกกันว่า "การเรียนต่อเฉพาะทาง"

ขั้นที่ 3: แพทย์ประจำบ้านสาขาตจวิทยา 4 ปี และได้รับวุฒิบัตรจากแพทยสภา

แพทย์ที่ต้องการเป็นแพทย์ผิวหนังต้องเข้ารับการฝึกอบรมเป็น แพทย์ประจำบ้าน (Residency) สาขาตจวิทยา อีก 4 ปี

ตจวิทยา (Dermatology) คือสาขาที่ศึกษาทุกอย่างเกี่ยวกับผิวหนัง ไม่ได้มีแค่เรื่องผิวหน้า แต่ครอบคลุม:

  • โรคผิวหนังทุกชนิด

  • ความผิดปกติของเล็บ เช่น เล็บขบ เล็บผิดรูป

  • ปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะ

  • ผิวหนังทั้งหมดบนร่างกาย

เมื่อฝึกอบรมครบและสอบผ่าน จะได้รับ วุฒิบัตรผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาตจวิทยา ที่แพทยสภารับรอง

ขั้นที่ 4: อนุสาขาเลเซอร์และหัตถการผิวหนัง อีก 1 ปี

หมอแนนเลือกเจาะลึกต่ออีกขั้น โดยเรียน อนุสาขาเลเซอร์และหัตถการผิวหนัง เพิ่มอีก 1 ปี เพื่อให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งใน:

  • การทำงานของเครื่องเลเซอร์ แต่ละชนิด และการเลือกใช้ให้เหมาะกับปัญหาผิว

  • เทคนิคการฉีดทุกประเภท รวมถึงฟิลเลอร์และโบท็อกซ์

  • การแก้ไขภาวะแทรกซ้อน (Filler Complication) เช่น ภาวะฟิลเลอร์อุดตันในเส้นเลือด ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ในการแก้ไขอย่างถูกต้องและทันท่วงที

อนุสาขานี้ได้รับการรับรองจากแพทยสภาเช่นกัน

ทำไมการเลือกแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางจึงสำคัญ?

การรักษาผิวด้วยเลเซอร์หรือการฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้มีแค่เรื่องความสวยงาม แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิว หลอดเลือด และเส้นประสาท แพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางจะเข้าใจทั้งกายวิภาค การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน และสามารถรับมือได้ทันทีหากเกิดภาวะแทรกซ้อน

วิธีเช็กว่าหมอเป็นแพทย์ผิวหนัง

ตรวจสอบได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองที่เว็บไซต์ แพทยสภา (tmc.or.th) ในเมนูตรวจสอบรายชื่อแพทย์ เพียงพิมพ์ชื่อแพทย์ ระบบจะแสดง:

  • เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม

  • ปีที่ได้รับใบอนุญาต

  • สาขาที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติ เช่น "ตจวิทยา (Dermatology)"

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หมอผิวหนังเรียนกี่ปี?
รวม 14 ปี ได้แก่ เรียนแพทยศาสตร์ 6 ปี ใช้ทุน 3 ปี ฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาตจวิทยา 4 ปี และหากเรียนต่ออนุสาขาเลเซอร์และหัตถการผิวหนังจะเพิ่มอีก 1 ปี

ตจวิทยาคืออะไร?
คือสาขาการแพทย์ที่ศึกษาและรักษาโรคและความผิดปกติของผิวหนัง เล็บ และเส้นผมทั่วร่างกาย

Filler Complication คืออะไร?
คือภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดฟิลเลอร์ เช่น ฟิลเลอร์อุดตันในเส้นเลือด ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ


Book now

Schedule an appointment to consult with our specialist medical team
to plan your care and design a result tailored specifically for you.

Schedule an appointment to consult with our specialist medical team
to plan your care and design a result tailored specifically for you.

Operating hours

  • Monday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Tuesday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Wednesday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Thursday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Friday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Saturday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Sunday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

Operating hours

  • Monday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Tuesday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Wednesday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Thursday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Friday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Saturday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Sunday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

Operating hours

  • Monday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Tuesday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Wednesday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Thursday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Friday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Saturday

  • 11:00 AM - 8:00 PM

  • Sunday

  • 11:00 AM - 8:00 PM